ใบงานบทที่4 ครั้งที่1

 

ใบงานบทที่  4  ครั้งที่  1

เรื่อง  การจัดหมู่หนังสือ

***********************

คำชี้แจง  :  ให้นักศึกษาตอบคำตอบให้ถูกต้อง

1. การจัดหมู่หนังสือ    หมายถึง  เป็นการจัดกลุ่มหนังสือ  โดยพิจารณาจากเนื้อหาสาระของหนังสือเป็นสำคัญ  มีการกำหนดสัญลักษณ์แสดงเนื้อหาของหนังสือแต่ละประเภท  สัญลักษณ์ที่ถูกกำหนดขึ้นนี้จะเป็นเครื่องหมายบอกตำแหน่งของหนังสือในห้องสมุด  หนังสือที่มีเนื้อหาเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันจะมีสัญลักษณ์เหมือนกัน และวางอยู่ในที่เดียวกัน  ส่วนหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันจะมีสัญลักษณ์ใกล้เคียงและวางอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไกลกัน


2. จงอธิบายประโยชน์ของการจัดหมู่หนังสือ 

  1. ผู้ใช้ห้องสมุดและเจ้าหน้าที่ห้องสมุดสามารถค้นหาหนังสือที่ต้องการได้ง่ายเพราะหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดมีสัญลักษณ์และมีตำแหน่งการจัดวางที่แน่นอน

  2. หนังสือที่มีเนื้อหาเป็นเรื่องเดียวกัน และ/หรือ  ประพันธ์วิธีเดียวกัน  จะรวมอยู่ในที่เดียวกัน ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดมีโอกาสเลือกหนังสือหรือเนื้อเรื่องที่ต้องการจากหนังสือหลายๆ เล่มในเวลาเดียวกัน  และยังช่วยให้ผู้ใช้ได้รู้จักหนังสือเล่มอื่นๆ ในแขนงเดียวกันที่ห้องสมุดนั้นมีอยู่ด้วย

  3. หนังสือที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวเนื่องกันหรือสัมพันธ์กันจะอยู่ใกล้กัน ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดสามารถศึกษาเรื่องราวที่เกี่ยวโยงต่อเนื่องกันได้โดยสะดวก

  4. ช่วยให้เจ้าหน้าที่ห้องสมุดสามารถจัดเก็บหนังสือคืนได้รวดเร็ว  ผู้ใช้สามารถค้นหาหนังสือได้รวดเร็วและประหยัดเวลาในการให้บริการและการใช้บริการ

  5. ช่วยให้ทราบว่าห้องสมุดมีหนังสือแต่ละหมวดวิชามากน้อยเท่าใด


3. จงอธิบายการจัดหมู่หมวดใหญ่ (Classes) หนังสือระบบทศนิยมของดิวอี้ให้ถูกต้อง 

3.1) การแบ่งสรรพวิชาออกเป็นประเภทใหญ่  10 หมวด  โดยใช้ตัวเลขหลักร้อยเป็นสัญลักษณ์ 

000   เบ็ดเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป   (Generalities)


100   ปรัชญา (Pholosophy and  Psychology)

200   ศาสนา  (Religion)

300   สังคมศาสตร์   (Social   Sciences)

400   ภาษาศาสตร์  (Language)

500   วิทยาศาสตร์ (Natural  sciences and  Mathematics)


3.2)  400  หมายถึง ภาษาศาสตร์ (Language)

ภาษาศาสตร์ไม่ใช่การศึกษาภาษาเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาในด้านต่างๆ แต่เป็นการศึกษาภาษาเพื่อให้เข้าใจธรรมชาติหรือระบบของภาษามนุษย์ โดยใช้แนวคิด ทฤษฎีและวิธีการวิจัยที่เป็นวิทยาศาสตร์ ประเด็นต่างๆที่นักภาษาศาสตร์ให้ความสนใจมีมากมาย เช่น เสียงในภาษาต่างๆทั่วโลกมีลักษณะอย่างไรบ้าง โครงสร้างไวยากรณ์ของภาษาต่างๆมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เด็กสามารถเรียนรู้ภาษาได้อย่าง มนุษย์เราสามารถเข้าใจและตีความความหมายของคำศัพท์หรือประโยคได้อย่างไร เป็นต้น

ภาษาศาสตร์สามารถแบ่งได้เป็น 2 แขนงหลักคือ ภาษาศาสตร์ทั่วไป (General linguistics) และภาษาศาสตร์ประยุกต์ (Applied linguistics)

1.ภาษาศาสตร์ทั่วไป ศึกษาตัวภาษาโดยตรงโดยไม่ได้เชื่อมโยงกับศาสตร์แขนงอื่นๆ โดยนักภาษาศาสตร์อาจแบ่งการศึกษาออกเป็นส่วนใหญ่ๆเช่น การศึกษาในระดับเสียง ระดับคำ ระดับความหมาย ระดับโครงสร้างไวยากรณ์ การเปลี่ยนแปลงของภาษา เป็นต้น

2.ภาษาศาสตร์ประยุกต์ ศึกษาภาษาโดยเชื่อมโยงกับศาสตร์แขนงอื่นๆ เช่น สังคมวิทยา มานุษยวิทยา จิตวิทยา การศึกษา คอมพิวเตอร์ นิติวิทยาศาสตร์ มีการประยุกต์องค์ความรู้ทางภาษาศาสตร์เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆ เช่น การเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ การบำบัดการพูด การสร้างเสียงสังเคราะห์ หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น


3.3)  600  หมายถึง  วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี  (Technology)

        วิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องราวต่างๆ ที่มุ่งประโยชน์ในทางปฏิบัติยิ่งกว่าทฤษฎี   เช่น แพทยศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์  เกษตรศาสตร์  ความรู้ที่มุ่งนำไปใช้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมโดยนำความรู้ขั้นพื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ไปคิดสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ

3.4)  800  หมายถึง  วรรณคดี   (Literature)

วรรณกรรมหรืองานเขียนที่ยกย่องกันว่าดี มีสาระ และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การใช้คำว่าวรรณคดีเพื่อประเมินค่าของวรรณกรรมเกิดขึ้นในพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ 6 (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)

วรรณคดีเป็นวรรณกรรมที่ถูกยกย่องว่าเขียนดี มีคุณค่า สามารถทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจ มีความคิดเป็นแบบแผน ใช้ภาษาที่ไพเราะ เหมาะแก่การให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะสามารถยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น รู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร และทรงคุณค่า

3.5)  900 หมายถึง ประวัติศาสตร์   (Geography  and  History)

       เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีต  และสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำ  หรือสร้างแนวความคิดไว้ทั้งหมด  รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากเจตจำนงของมนุษย์ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ  หรือ ธรรมชาติที่มีผลต่อมนุษยชาติ


4. จงอธิบายลักษณะที่ดีของการจัดหมู่หนังสือระบบทศนิยมดิวอี้

    1. ใช้ตัวเลขล้วนๆ  เป็นสัญลักษณ์แทนเนื้อหาของหนังสือซึ่งเป็นสากล  และเข้าใจง่าย

    2.  มีเลขช่วยความจำได้เป็นอย่างดี  เช่น  หมวด 400 กับ 800

    3.  มีขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมวิชาการต่างๆ ได้ทุกแขนง

    4.  สามารถเพิ่มเติมวิชาหมวดย่อยๆ ได้อีกมากเพราะได้เว้นไว้สำหรับเติมหมู่ย่อยหรือใช้จุดทศนิยม

    5.  การแบ่งหมวดหมู่เป็นไปตามลำดับเหตุผลไม่สับสน

    6.  มีคำอธิบายวิธีใช้อย่างละเอียด

 



ความคิดเห็น